TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอขุขันธ์. Show all posts
Showing posts with label อำเภอขุขันธ์. Show all posts

เกวียนน้อย บ้านใจดี

 เกวียนน้อย บ้านใจดี ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

        เกวียน เป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งที่มีล้อเลื่อน อายุเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน มี 2 ล้อ เคลื่อนที่ไปโดยใช้วัวหรือควายเทียมลากไป โดยปกติใช้วัว หรือควาย จำนวน 2 ตัว เกวียนใช้เป็นพาหนะ สำหรับการเดินทาง ตามตำนานกล่าวว่ามนุษย์รู้จักใช้ล้อมาก่อน ยุคประวัติศาสตร์ส่วนเกวียนที่เทียมสัตว์และรถศึกมีปรากฏแน่ชัดในสมัยกรีกและโรมันในสมัยสุโขทัย ซึ่งถือว่าเป็นยุคต้นของไทย มีวรรณคดี พงศาวดาร หลายเรื่องที่กล่าวถึงเกวียน เช่นใน เรื่องพระร่วงส่งส่วยน้ำ คนไทยได้ใช้เกวียนบรรทุกส่วยไปบรรณาการขอมผู้ มีอำนาจในสมัยหลัง ๆ สมุหเทศาภิบาลใช้"เกวียนด่าน" เดินทางจากอุบลราชธานี มายังกรุงเทพฯ โดยนั่งเกวียนคันหนึ่งมาแล้วเปลี่ยนนั่งคันใหม่ต่อกันเป็นทอดๆ ยุคนั้นยังไม่มีรถยนต์ เกวียนถูกใช้เป็นพาหนะในการ ไปตรวจราชการท้องที่ของข้าราชการ อ่านต่อ...




สำนักสงฆ์ป่าพะเยียว

 สำนักสงฆ์ป่าพะเยียว ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ประวัติสำนักสงฆ์ป่าพะเยียว

สำนักสงฆ์ป่าพะเยียว ก่อตั้งเมื่อปี พุทธศักราช 2551 ณ บ้านพะเยียว หมู่ที่ 2 ตำบลใจดีอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 15 ไร่ มีการแบ่งพื้นที่ภายในสำนักสงฆ์ให้ญาติโยมได้มาใช้ประโยชน์แก่วัดและชุมชน มีหัวหน้าสำนักสงฆ์ ดังนี้ อ่านต่อ...




Smart Farmer ต้นแบบ ด้านเกษตรผสมผสาน/เศรษฐกิจพอเพียง

 Smart Farmer ต้นแบบ ด้านเกษตรผสมผสาน/เศรษฐกิจพอเพียง

        เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสานด้านการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การประมง การทำปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรทั่วไปปี พ.ศ. 2550 จุดเริ่มต้นจากการทำนาเพียงอย่างเดียวแล้วเกิดวิกฤติเกี่ยวกับสภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้ได้ผลผลิตข้าวลดลง จึงเกิดแรงบันดาลใจในการคิดหาวิธีการปรับเปลี่ยนอาชีพการเกษตรจากการทำนาเพียงอย่างเดียวมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน จากนั้นจึงได้เริ่มดำเนินการขุดบ่อเลี้ยงปลา (ปลาดุก) ทำบ่อเลี้ยงกบ พร้อมทั้งได้มีการปลูกกล้วยน้ำว้า ปลูกผักสวนครัว กะหล่ำปลี มะเขือพวง พริก เลี้ยงโค เลี้ยงไก่พื้นบ้าน เพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับครัวเรือน โดยได้มีการพัฒนาต่อยอดด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ต่อมาจึงได้สร้างที่พักเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย อ่านต่อ...




องค์พระแก้วเนรมิตวัดลำภู

 องค์พระแก้วเนรมิตวัดลำภู 

ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

       หากพูดถึงพระพุทธรูปองค์ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ คงมีใครหลายๆ คนที่อยากรู้จักอยากเข้ามากราบไหว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ซี่งมีบุคคลที่ให้ความสนใจ และแวะเวียนเข้ามาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดสาย ด้วยความที่เป็นวัดคู่บ้าน คู่เมืองอำเภอขุขันธ์ มาช้านาน และมีพระพุทธรูปองค์พระแก้วเนรมิตและองค์พญาครุฑประดิษฐาน งั้นเราไปเรียนรู้องค์พระแก้วเมรมิตองค์ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองอำเภอขุขันธ์กันค่ะ อ่านต่อ...




วัดลำภู(รัมพนีวาส) ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสเกษ

 วัดลำภู(รัมพนีวาส) ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสเกษ

วัดลำภู(วัดรัมพนีวาส)  เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.2134 (ก่อนตั้งเมืองขุขันธ์) ปัจจุบันอายุราว 425 ปี กล่าวคือตั้งขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีพระภิกษุประทาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ปัจจุบันยังพอมีหลักฐานที่ปรากฎหลงเหลืออยู่ให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวัดนี้ว่ามีอายุนับเป็นร้อยๆปีมีอยู่หลายอย่าง ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปราสาท 2 หลัง เป็นพระธาตุเจดีย์ศิลปล้านช้างตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของโบสถ์ในปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ.2546 เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรได้นำเอาก้อนอิฐจากพระธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ไปทำการศึกษาวิจัยดูความเก่า อ่านต่อ...




การทำขนมเทียนโบราณ

 การทำขนมเทียนโบราณ

ถ้าพูดถึง ขนมเทียน หลายๆท่านคงเคยทานหรือทำด้วยตนเองมาบ้างแล้ว เพราะกรรมวิธีในการทำไม่ยาก และโดยส่วนมากจะเรียนรู้และสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับขนมเทียน ทางภาคอีสานของเรา มักจะห่อขนมเทียนเพื่อไปทำบุญตักบาตร ในช่วงเทศกาลงานบุญต่างๆ และช่วงเทศกาลใหญ่ๆ เช่น สารทเดือนสิบ ของทุกๆปี เพื่อเป็นการเซ่นไหว้ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งยังทำไว้เพื่อต้อนรับลูกหลานที่กลับมาจากต่างจังหวัดไว้รับประทานอีกด้วย เนื่องจาก ขนมเทียน เป็นขนมพื้นบ้านประจำถิ่น กรรมวิธีหรือการทำบางท้องถิ่นอาจจะแตกต่างกันออกไป อ่านต่อ...




สารทเขมร (แซนโฎนตา)...ประเพณีเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรษ

สารทเขมร (แซนโฎนตา)...ประเพณีเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรษ 

       หากใครได้มีโอกาสเดินทางผ่านเข้ามาในตัวอำเภอขุขันธ์ในช่วงปลายเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม อาจจะคุ้นเคยกับความคึกคักของบ้านเมืองในห้วงเวลานั้นเป็นอย่างดี บางท่านอาจได้ชมขบวนแห่อันยาวเหยียด อันประกอบด้วยขบวนช้างสุดยิ่งใหญ่ บุรุษนุ่ง

ผ้าขาวม้าถือตุงเดินนำหน้านางรำที่ฟ้อนเอวอ่อนประกอบเสียงเพลงไปตลอดเส้นทาง สลับกับรถบรรทุกอาหารคาวหวาน ข้าวต้มมัด 

ผลหมากรากไม้ ปิ้งไก่ หัวหมู ถนนทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยกล้วย กล้วย แล้วก็กล้วย! ใบหน้าของชาวบ้านชาวเมืองเต็มไปด้วยความสุข เช่นเดียวกันสีสันของเสื้อผ้าที่หลายคนอาจจะร้องเอ๊ะ! ทำไมใส่เสื้อสีดำเหมือนๆ กันหมด แต่หากสังเกตดีๆ ลายปักบนเสื้อนั้นไม่เหมือนกันแม้แต่ตัวเดียว แถมเป็นงานแฮนด์เมค เรียกว่าลายนี้มีตัวเดียวในโลก โอ้โห...เกริ่นมาขนาดนี้ ต้องอยากรู้แล้วแน่ๆ ว่าเอ๊ะ...นี่คืองานอะไร? อ่านต่อ...



การแส่วผ้า

 การแส่วผ้า 

เป็นภูมิปัญญาการนำเส้นไหมหรือด้ายนำมาย้อมสีต่างๆ  โดยสีที่เป็นเอกลักษณ์คือ สีแดง สีเหลือง และสีขาว นำมาควั่นเข้าด้วยกันให้เป็นเกลียว แล้วนำมาแส่วตะเข็บหรือชายเสื้อด้วยมือ เป็นลวดลายบนผืนผ้าลายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต ความเชื่อ และธรรมชาติรอบตัว ลายแส่วผ้าแรกเริ่ม เช่น ลายดอกพิกุล ลายโซ่ ลายหางตะกวด ลายตีนตะขาบ ลายขามดแดง ส่วนในปัจจุบันมีลายประยุกต์ เช่น ลายเชิงเทียน ลายดอกไม้ เป็นการต่อยอดภูมิปัญญาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สวยงาม อ่านต่อ...



ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดศรีสะเกษ. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand